โพสต์ทูเดย์ ครม.เบรกการบินไทย ซื้อแอร์บัสเอ 330-300 จำนวน 8 ลำ เป็นการเช่า ชี้ประหยัดได้ 1.7 หมื่นล้าน
พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติให้จัดหาเครื่องบินแอร์บัสเอ 330-300 จำนวน 8 ลำ ของบริษัท การบินไทย ด้วยวิธีการเช่า แทนการจัดซื้อ สอดคล้องกับความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และกระทรวงคมนาคมที่เห็นควรให้เช่าเป็นเวลา 5-7 ปี
พล.ร.อ.ธีระ กล่าวว่า วิธีการเช่า นอกจากจะลดภาระงบประมาณได้ถึง 1.7 หมื่นล้านบาทแล้ว ยังสามารถจัดหาเครื่องบินรุ่นใหม่ที่ประหยัดพลังงานได้มากกว่าในอนาคต และหากใช้วิธีซื้ออาจได้เครื่องบินตกรุ่น
ร.ท.อภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย กล่าวว่า ครม.ยังเห็นชอบให้การบินไทยจัดทำแผนการบริหารงานในช่วง 10 ปี เนื่องจากแผนเดิมที่กำหนดไว้ 5 ปี ไม่สามารถรองรับเรื่องแผนการการจัดหาเครื่องบินรุ่นใหม่เพื่อทดแทนกับเครื่องบินรุ่นเก่าจำนวน 48 ลำ ที่กำลังจะมีอายุการใช้งานครบ 20 ปี ในอีก 10 ข้างหน้าได้
สำหรับทิศทางการจัดหาเครื่องบินรุ่นใหม่ จะเน้นไปที่เครื่องบินที่เป็นนิวเจเนอเรชัน (New Generation) ได้แก่ เครื่องบินแอร์บัส 350 เอกซ์ และโบอิ้ง 7879
ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เครื่องบินแอร์บัสเอ 330-300 จำนวน 8 ลำ จะนำไปทดแทนเครื่องบินแบบ เอ 330-600 จำนวน 6 ลำ และแบบ บี 747-300 จำนวน 2 ลำ ที่มีอายุการใช้งานประมาณ 20 ปี
ทั้งนี้ สภาพัฒน์ ได้เสนอแนะให้บริษัท การบินไทยปรับแผนการบริหารจัดการองค์กรรูปแบบใหม่ เช่นเดียว กับสายการบินชั้นนำอื่นๆ รวมทั้งการบริหารจัดการด้านบุคลากรและการบริหารต่างๆ ตลอดจนกลไกควบคุมความเสี่ยงด้านราคาน้ำมัน เพื่อลดต้นทุน และสร้างผลิตภาพในระยะยาวของบริษัท รวมทั้งการสร้างกลไกในการแข่งขันของสายการบินต้นทุนต่ำในอนาคต
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. มีการอภิปรายกันอย่างหลากหลายว่า รัฐมนตรีหลายคนไม่ต้องการให้การบินไทยจัดซื้อเครื่องบินรุ่งดังกล่าวทั้งจำนวน เพราะเกรงว่าเครื่องที่ซื้อมาจะเป็นเครื่องที่ตกรุ่น จึงควรใช้วิธีการเช่าแทน รวมทั้งเสนอให้การบินไทยควรเก็บเงินไว้รอซื้อเครื่องรุ่นใหม่ แบบประหยัดพลังงานที่กำลังจะออกมาใช้ในอนาคต
ตามเอกสารประชุม ครม. ระบุว่า แผนการจัดหาเครื่องบิน เอ 330-300 จำนวน 8 ลำ โดยใช้วิธีการจัดซื้อเป็นวงเงินรวมกว่า 3.34 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้บินในเส้นทางภูมิภาคเป็นหลัก เช่น สิงคโปร์ และกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยเครื่องบินทั้ง 8 ลำ มีราคาเฉลี่ยลำละ 4-4.2 พันล้านบาท