ซิดนีย์ (เอเอฟพี) อนาคต แควนตัส อยู่ในมือเจ้าของใหม่ เล็งพาอากาศยานแห่งแดนจิงโจ้รุกตลาดโลกอย่างเต็มสตีม หากดีลผ่านฉลุย
นักวิเคราะห์แสดงความเห็นเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ว่า การที่สายการบินแควนตัสเปิดทางให้ เทกซัส แปซิฟิก กรุ๊ป ของสหรัฐ และโอเน็กซ์ ของแคนาดา เทกโอเวอร์ผ่านพันธมิตรสายการบินออสเตรเลีย (เอพีเอ) ด้วยมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 8.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.04 แสนล้านบาท) ถือเป็นการเปิดศักราชการรุกตลาดโลก โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียของสายการบินสัญชาติออสเตรเลีย
ปีเตอร์ ฮาร์บิซัน ผู้อำนวยการศูนย์อากาศยานเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า หาก รายละเอียดของดีลการเทกโอเวอร์ครั้งนี้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย แควนตัสจะก้าวสู่ยุคใหม่ของธุรกิจเดินอากาศ ที่ในขณะนี้เริ่มมีการผ่อนปรนระเบียบปฏิบัติ และมีความท้าทายที่มากขึ้น
ฮาร์บิซัน ยังระบุว่า ด้วยว่าแม้ขณะนี้แควนตัสจะเป็นสายการบินที่มีผลกำไรที่ดีที่สุดสายการบินหนึ่งในโลก ทว่า ผลงานของสายการบินแห่งนี้จะดีขึ้นหากถอนตัวจากการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ออสเตรเลีย เปิดทางให้กับนักลงทุนที่มีวิสัยทัศน์ในระยะยาว เพื่อพาบริษัทสู่ ยุคใหม่
ในฐานะที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในประเทศเล็กๆ ที่ชายขอบของโลก แควนตัสไม่ได้อยู่ในฐานะที่อยู่รอดได้อย่างง่ายดาย เมื่อธุรกิจการเดินอากาศโลกเริ่มไร้กฎระเบียบควบคุม และภายใต้การชี้นำของ ผู้ครอบครองกลุ่มใหม่ แควนตัสจะก้าวสู่เขตแดนที่ฐานะบริษัทมหาชนไม่อาจนำพาไปถึงได้ ฮาร์บิซัน กล่าว
นักวิเคราะห์รายนี้ยังคาดการณ์ด้วยว่า แควนตัสยุคใหม่จะใช้ เจ็ตสตาร์ ซึ่ง เป็นสายการบินต้นทุนต่ำภายใต้ปีก ของแควนตัส เป็นฟันเฟืองในการผลักดันอัตราการขยายตัวทางธุรกิจ เนื่องจากมี ต้นทุนและแรงงานที่น้อยกว่าสายการบินแม่
ฮาร์บิซัน คาดว่า ในทันทีที่ดีลได้ ข้อสรุปอย่างสมบูรณ์ แควนตัสก็จะเริ่มรุกตลาดเอเชีย โดยก่อนหน้านี้ได้สยายปีกถึงสิงคโปร์ในชื่อสายการบิน เจ็ตสตาร์ เอเชีย และคาดว่าจะรุกคืบต่อไปยังจีน อินเดีย อินโดนีเซีย และประเทศอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อทำให้แบรนด์ แควนตัส/เจ็ตสตาร์ เป็นที่คุ้นเคยของภูมิภาคนี้
ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรี จอห์น โฮเวิร์ด แห่งออสเตรเลีย กล่าวว่า รัฐบาลออสเตรเลียจะจับตาธุรกรรมซื้อขายกิจการครั้งนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจาก ชาวออสเตรเลียกังกลกับอนาคตของ สายการบินที่เป็นเสมือนสัญลักษณ์ แห่งชาติ ซึ่งมีสมญานามว่า สายการบิน จิงโจ้
ขณะที่คณะกรรมการการลงทุน ต่างประเทศของออสเตรเลียจะตรวจสอบว่า นักลงทุนต่างชาติถือครองหุ้นของแควนตัสในสัดส่วนที่น้อยกว่า 49% โดยที่บริษัทต่างชาติหนึ่งใดจะต้อง ไม่เกินกว่า 25% อย่างไรก็ตาม เอพีเอ ยืนยันว่า ทั้ง 2 บริษัทจากสหรัฐและแคนาดาถือครองหุ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่า 40%
|