| คนที่พึ่งตนเองได้ มีลักษณะเช่นไร ลักษณะพฤติกรรมต่างๆ ข้างล่างนี้ ช่วยบ่งชี้ได้ว่าบุคคลจะสามารถพึ่งพิงตนเองได้ มากน้อยเพียงใด |
| |
1. เปิดรับความเปลี่ยนแปลง ( Open to change)
2. รู้จักวิธีปกป้องสิทธิของตน ( Assertive)
3. บุพกัมมันต์ ( Proactive)
4. รู้จักรับผิดชอบ ( Self – accountable)
5. กำกับดูแลตนเองได้ ( Self – directed)
6. ใช้ความรู้สึกละเอียดอ่อน ( Uses feeling)
7. ผิดเป็นครู ( Leans from mistakes)
8. เผชิญปัญหา (Confronts)
9. อยู่กับปัจจุบัน ( Lives more in the present)
10. คิดทำได้จริง (Realistic)
11. คิดแบบสัมพันธ์ ( Thinks relatively)
12. มีทางเลือก ( Sees alternatives)
13. ทำด้วยใจเห็นคุณค่า ( Develop commitments)
14. รู้สึกดีกับตนเอง ( Likes self)
15. เห็นผู้อื่นมีคุณค่า ( Values others)
16. คิดถึงคนอื่นก่อนตน ( Alert to other’s needs)
17. สนใจความเป็นไปของโลก ( Interested in the work)
18. ลีลาชีวิตสมดุล ( Balanced life – style)
19. ประเทืองชีวิตผู้อื่น ( Enhances other people’s lives) |
|
( ปรับปรุงจาก Life skills Teaching, Hopson and Scally 1981)
|
บุคคลใดที่สามารถนำจริยธรรมมาเป็นพื้นฐานในการทำงาน และดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นระบบ บุคคลนั้นย่อมสามารถพัฒนาตนเองให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพได้เป็นเลิศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาทางความคิดและความกล้าหาญในการแสดงออกต่อเพื่อนร่วมงานและองค์กรอย่างเหมาะสม มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่สร้างสรรค์ที่เป็นประโยชน์ ย่อมก่อให้เกิดคุณค่าในตัวบุคคลนั้นๆ และสะท้อนไปสู่องค์กรให้เจริญก้าวหน้าได้ในที่สุด
“ตนนั่นแหละเป็นที่พึ่งของตนคนอื่นใครเล่าจะเป็นที่พึ่งได้ด้วยตนที่ฝึกไว้ดีแล้วนั่นแหละบุคคล ( ชื่อว่า ) ได้ที่พึ่งที่หาได้ยาก” แม้จะดูเป็นคำกล่าวที่เน้นไปในทางพุทธปฏิบัติ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นหนึ่งในข้อเท็จจริงที่คนทำงานอย่างเราๆ ควรเรียนรู้และมาประพฤติเป็นอย่างยิ่ง การทำงาน
ให้ได้ผลสำเร็จ สิ่งสำคัญคือ การมีวินัยต่อพฤติกรรมการทำงานของตนเองและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ลองมาทดสอบกันดูสิว่า คุณสามารถนำจริยธรรมมาประยุกต์ใช้ในการทำงานของตนเองได้มากน้อยเพียงใด
|
| |
1) คุณเห็นเพื่อนร่วมงานภายในทีม 2 คน กำลังโต้เถียงกันอย่างรุนแรง คุณจะทำอย่างไร
ก. ไม่ใช่เรื่องของเรา ปล่อยให้ 2 คน เขาแก้ปัญหาเองดีกว่า
ข. เข้าไปเจรจาให้ทั้ง 2 ยอมฟังเหตุผลของกานและกัน
2) หากคุณได้คำปรึกษาจาก Line Manager ซึ่งคุณคิดว่าเป็นคำแนะนำที่ดีมาก คุณจะ นำไปบอกกับผู้อื่นหรือไม่
ก. ใช่ เพื่อให้คนอื่นได้ทราบ และร่วมออกความเห็น
ข. ไม่ จะนำไปคิดตรึกตรองเองดีกว่า
3) หากมีคนอื่นไม่ยอมรับความคิดของคุณ คุณจะทำอย่างไร
ก. บางทีความคิดของคนคนเดียวอาจจะยังไม่ดี คุณรู้สึกดีใจที่มีคนอื่นกรุณา
เปลี่ยนแปลงให้
ข. คุณไม่ยอมให้คนอื่นทำเช่นนั้น นอกจากว่าจะมีเหตุผลที่น่าฟังเท่านั้น
4) เพื่อนร่วมงานของคุณมาขอให้คุณช่วยทำรายงานประจำเดือนส่งหัวหน้างานเพราะเพื่อนคุณจะรีบกลับบ้าน คุณจะ
ก. ให้เพื่อนเขียนรายละเอียดงานที่ทำมาคร่าวๆ คุณจะช่วยพิมพ์ส่งให้เท่านั้น
ข. หากเพื่อนคุณมีเหตุผลที่ดี ว่าทำไมจึงไม่ทำ คุณจะยอมช่วย
5) เพื่อน 2 คนคุยกันอยู่ คุณจะเข้าร่วมวงสนทนาด้วยหรือไม่
ก. ยังไม่เคยอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้
ข. ไม่ทำเช่นนั้นแน่นอน
6) คุณคิดว่ามีเพื่อนผู้ปรารถนาดีอยู่ใกล้คุณตลอดเวลาหรือไม่
ก. คิด
ข. ไม่คิดดีกว่า
7) ถ้าคุณโกรธ คุณควบคุมอารมณ์ได้หรือไม่
ก. ได้ คุณสามรถเก็บความรู้สึกไว้ภายในไม่แสดงออก
ข. ควบคุมอารมณ์ไม่ได้แล้วจึงขอโทษภายหลัง
8) บางครั้งคุณอยากมีใครสักคนอยู่เคียงข้างคุณรู้หรือไม่และเคยรู้สึกอิจฉาคนอื่น ที่มีคู่คิด แล้วหรือไม่
ก. เคย
ข. ไม่เคย เพราะไม่คอยนึกเปรียบเทียบตนเองกับคนอื่น |
|
หากคุณเลือกข้อ ก มากว่าหรือเท่ากับ 5 ข้อ
แสดงว่าคุณเป็นคนรู้กาลเทศะ ใจดี เป็นมิตร และแบ่งปันให้ผู้อื่นอยู่เสมอ นับว่าคุณรู้จักที่จะนำเอาจริยธรรมที่ดีมาใช้ในการทำงานได้ดีพอควรไว้ซึ่ง ความมีคุณธรรมและวินัยในตนเองเช่นนี้ต่อไปรับรองว่าความดีนี้จะส่งผลตอบแทนให้คุณประสบความสำเร็จในทุกด้านแน่นอน
หากคุณเลือกข้อ ก น้อยกว่า 4 ข้อ
คุณมีความโอบอ้อมอารี ชอบให้ความช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก แต่บางครั้งคุณก็เป็นคนหัวดื้อ อันเป็นสาเหตุให้ความคิดตามทำนองคลองธรรมของคุณลดน้อยลง ทำให้ผู้อื่นเข้าใจคุณผิด
|
|
บทความนี้ อ้างอิงข้อมูลจากสถาบัน American Management Association
จากหนังสือพิมพ์ โพสต์ Today |