มีอาชีพจำนวนไม่น้อยในปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับการดูแลและบริการผู้อื่น เช่น พนักงานรับโทรศัพท์ พนักงานเคาเตอร์เซอร์วิส พนักงานต้อนรับ พนักงานห้างสรรพสินค้า เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและการประชาสัมพันธ์ ฯลฯ
บุคคลที่อยู่ในอาชีพเหล่านี้ เป็นฟันเฟือนสำคัญขององค์กรที่มีพลังสูงมากในการขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จ และเป็นที่นิยมชมชอบของบุคคลทั่วไป ดังนั้น หากบุคคลเหล่านี้เข้าใจในหัวใจของอาชีพหรือบทบาทที่ตนแบกรับอยู่ ความก้าวหน้าและความสุขย่อมเกิดขึ้นได้เร็วทั้งในระดับพนักงานเองและตัวองค์กรด้วย
เพื่อเป็นนักบริการที่ยอดเยี่ยมต้องทำอะไรบ้าง
1. ดูแลรูปลักษณ์ให้ดี
ไม่ได้หมายถึงหน้าตาตต้องหล่อหรือสวยเสียจนผู้คนตื่นตะลึง เอาแค่ดูรูปร่างหน้าตาของตนให้สะอาด ยิ้มแย้ม แจ่มใส และเป็นมิตร ก็ใช้ได้แล้ว หน้าตาอาจจะไม่สวยปิ๊งหรือหล่อเด้ง แต่สามารถดูแลรูปร่างให้ได้สัดส่วน แต่งกายเหมาะสมกับตนเองและหน้าที่การงาน ตลอดจนวาระและโอกาสต่างๆแต่งหน้าแต่งตาตามสมควร ให้ชวนมอง ดูแลผิวพรรณให้สะอาดสะอ้าน ผมเผ้าเข้ารูปเข้าทรง สะอาดสะดวก ไม่ดูรุ่มร่าม น่ารำคาญแทน หรือมีเฉดสีที่ชวนระทึกขวัญ ก็เป็นอันว่ากายภาพภายนอกน่ามอง น่าคุย น่าเข้าใกล้ ผ่านไปได้ 1 ด่าน
ในเรื่องรูปลักษณ์ที่ดีนี้ องค์กรที่ดีต้องช่วยพนักงานของตนเองให้ได้รับโอกาสในการพัฒนาด้วย เพราะหากองค์กรเข้าใจว่าคนกลุ่มนี้มีความสำคัญขนาดไหนต่อองค์กร แล้วเข้ามาช่วยดูแลเรื่องค่าตอบแทน และส่งเสริมให้พนักงานได้รับโอกาสเข้าคอร์สฝึกฝนบุคลิกภาพ การแต่งกาย การแต่งหน้า การดูแลทรงผม ฯลฯ ก็จะดีเยี่ยมต่อตัวองค์กรเองและตัวพนักงาน รวมไปถึงการสนับสนุนให้มียูนิฟอร์มขององค์กรสำหรับคนกลุ่มนี้ ก็จะง่ายต่อการแต่งตัวให้สวยงามดูดี และเป็นระเบียบเรียบร้อย ที่สำคัญ ลดภาระเรื่องค่าใช้จ่ายของพนักงานในส่วนนี้ด้วย เขาจะได้นำค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไปพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านอื่นๆของเขาและครอบครัว เป็นพนักงานที่มีความสุข มีความพึงพอใจในสวัสดิภาพขององค์กร ซึ่งจะนำไปสู่ความทุ่มเท และความจงรักภักดีต่อตัวองค์กรด้วย
2. ดูแลหัวจิตหัวใจให้ดีๆ
นักบริการต้องทำเพื่อคนอื่น เพื่อความพึงพอใจของผู้อื่น เพื่อลดปัญหาให้แก่ผู้อื่น ดังนั้น ให้เข้าใจไว้เลยว่าตรงที่ที่คุณยืนหรือนั่งอยู่นั้น คือสถานีชุมทางแห่งปัญญา อย่าไปโกรธ อย่าไปเกลียด อย่าไปเครียด คนที่นำปัญหามาสู่ท่าน เพราะนั่นคือเรื่องปกติธรรมดา
เป็นพนักงานรับโทรศัพท์ จะหงุดหงิดทำไมที่มีสายโทรศัพท์ต่อเข้ามาวุ่นวายไปหมด
เป็นพนักงานขาย จะวุ่นวายหัวใจทำไม ที่ลูกค้าถามโน่นถามนี่ เลือกแล้วเลือกอีก
เป็นพนักงานเคาน์เตอร์เซอร์วิส ต้องสนุกที่จะตอบคำถามและให้คำแนะนำต่างๆแก่ลูกค้า อำนวยความสะดวกให้เขาผ่านพ้นและจากไปอย่างพึงพอใจและรวดเร็วที่สุด ดีกว่ามั้ย ?
สำหรับนักบริการแล้ว จิตใจดีๆที่พร้อมจะทุ่มเทช่วยเหลือจะทำหน้าที่สำคัญเหลือเกินค่ะ
คนที่อยู่ตรงนี้ประกอบอาชีพนี้ ต้องมีความหนักแน่นทางอารมณ์สูงกว่าหลายๆตำแหน่ง หลายๆอาชีพ ต้องโกรธยาก ยิ้มง่าย เห็นอกเห็นใจคนอื่นๆ มีความรีบร้อนรีบเร่ง และพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ
ใครจะได้รับการตัดสินว่าเป็นนักบริการที่ดี เขาดูจากจิตใจและความทุ่มเทตรงนี้ล่ะค่ะ
จะก้าวหน้าได้เลื่อนตำแหน่ง ได้เพิ่มเงินเดือน โดยไม่มีใครริษยา ก็เพราะว่าจิตใจดีๆ และความทุ่มเทเช่นนี้เอง
3. มีทักษะและความรู้ที่ดี
ก็เหมือนกับที่เคยกล่าวหลายครั้งว่าไม่ว่าใครจะทำงานอะไร อยู่ไหน ตำแหน่งไหน ความรู้ในงานที่ตนจะทำ ความลึกซึ้ง และความชำนาญ ตลอดจนทักษะที่แพรวพราว จะทำให้เขาโดดเด่นกว่าเพื่อนร่วมงานอื่นๆ เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่แค่พนักงานดาษดื่นที่มีอยู่
เฉพาะนักบริการในตำแหน่งต่างๆ ความรู้ ความชำนาญ และความลึกซึ้งยิ่งสำคัญ เพราะจะต้องคอยให้บริการแก่ผู้อื่น ซึ่งหมายถึงการเป็นที่พึ่งของคนอื่น หากไม่มีความรู้พอ ความน่าเชื่อถือ ความประทับใจ และความไว้วางใจของผู้ใช้บริการ ผู้ติดต่อ หรือลูกค้า จะเสื่อมลงหรือลดไปเป็นศูนย์ทันที
ประกอบกับปัจจุบัน ความรู้ใหม่ๆมีเพิ่มขึ้นทุกวันและหลากไหลไปได้ในทุกๆที่ การเข่งขันกันเรื่องพนักงานที่มีความรู้และทรงประสิทธิภาพ ก็ทำให้องค์กรโดดเด่นหรือด้อยแตกต่างกันได้ องค์กรเองจึงคสรให้โอกาสในการเพิ่มเติมความรู้แก่พนักงานด้วย อย่าปล่อยให้เป็นภาระส่วนตัวของพนักงานตามลำพัง แต่ทั้งนี่ทั้งนั้น พนักงานควรมีนิสัย รักการเรียนรู้ เป็นพื้นฐานของตนเองอย่างหนักแน่นด้วย
4. มีการสื่อสารที่ดี
ถึงที่สุดแล้ว การสื่อสารที่ดีสำคัญที่สุด
มีความรู้ มีความชำนาญ แต่ไม่สามารถสื่อสารอย่างมีเสน่ห์หรือมีประสิทธิภาพได้ การให้บริการของคุณก็ไม่มีความหมาย ไม่มีใครประทับใจ ไม่มีใครอยากจะติดต่อด้วยอีก
พนักงานขายต้องเป็นนักอธิบายคุณสมบัติของสินค้าสั้นๆ จริงใจ ตรงไปตรงมา ไม่เยิ่นย้อ หรือดูเป็นเรื่องโม้ โอ้อวด ที่สำคัญต้องแสดงตนว่าอยู่ฝ่ายลูกค้าอย่างเต็มที่ สินค้าหรือบริการของหน่วยงานตนมีจุดเด่นหรือประโยชน์อย่างไร สื่อสารให้ลูกค้าทราบ เปิดโอกาสให้ลูกค้าซักถามโดยไม่ออกอาการเหนื่อยหน่าย หรือดูถูกความไม่เข้าใจ ตลอดจนความจู้จี้ของลูกค้า และอย่าพูดถึงจุดด้อยของสินค้า และให้เรียกจุดด้อยนั้นว่าข้อจำกัด เช่นนี้แล้วองค์กรเองก็ไม่เสียประโยชน์
พนักงานเคาน์เตอร์เซอร์วิส ต้องพูดจาด้วยน้ำเสียงเป็นมิตรกับลูกค้า จริงใจ ไม่ต้องใส่จริต สื่อสารผ่านอากัปกริยาว่าคุณเต็มใจ มีความสุข และกระตือรือร้นที่จะให้บริการให้ข้อมูล หรือช่วยเหลือลูกค้าอย่างเต็มที่ ทำให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจได้ว่าเขามีเพื่อนที่พร้อมจะอำนวยความสะดวกอยู่เสมอ ช่วยย่นย่อเวลาในการเข้ามาใช้บริการของลูกค้าจนกิจธุระของเขาสำเร็จได้อย่างอย่างฉับไว
พนักงานรับโทรศัพท์ น้ำเสียงต้องเป็นมิตร ฟังดูพร้อม ที่จะติดต่อประสานงานพูดคุยกับเป้าหมายปลายทางให้ได้ในทันทีและเต็มใจยิ่ง
ขอยกตัวอย่างแต่เพียงเท่านี้เป็นอาทิ ที่เหลือก็ใช้หัวใจเดียวกัน ซึ่งหากสรุปจากทั้ง 4 ข้อ ก็จะเห็นว่าเป็นเรื่องของ ความพร้อมภายใน คือ ความรู้ ความเข้าใจ ความเห็นใจ ใจอาสา ความมีมนุษยสัมพันธ์ ความมีเมตตา และความกระตือรือร้น รักในหน้าที่ของตน และรักในผู้ติดต่อกับ ความพร้อมภายนอก คือรูปลักษณ์ที่น่ามอง น่าเชื่อถือ น่าเข้าใกล้ ยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นมิตร
พร้อมกันนี้องค์กรก็มีส่วนขับเคลื่อนความดี ความสุขและความสำเร็จของกลุ่มคนในอาชีพนี้ ด้วยการเปิดโอกาสในการพัฒนาตนเอง พัฒนาความรู้ และทักษะความชำนาญต่างๆให้มากขึ้นด้วย
อย่ามีความสุขคนเดียว อย่าประสบความสำเร็จคนเดียว แต่จงสร้างหน่วยงานที่ประสบความสำเร็จด้วยนั้นจะเป็นความสำเร็จสูงสุดของคุณค่ะ |