You know what?  
  ทุกปัญหามีทางออก  
     
 

รายงานโดย :เรื่อง : ภาสกร พุทธิชีวิน: วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ในภาวะที่กำลังมีแต่คนพูดกันถึงเรื่องโลกร้อน พร้อมกับตั้งคำถามถึงทางออกของปัญหา จึงไม่แปลกที่ในเวลานี้ผมมักจะเจอกับคำถามว่า

เราจะแก้ไขปัญหาโลกร้อนได้อย่างไร...?
น้ำมันหมดโลกเราจะอยู่อย่างไร...?
น้ำจะท่วมโลกจริงหรือ...? และอีกมากมายหลายคำถาม เป็นคำถามที่ผมบอกได้ว่า

เราต้องเจอกับคำถามเหล่านี้มากขึ้นอีกอย่างแน่นอนในไม่กี่ปีข้างหน้านี้

แน่นอนครับ ผมก็มีคำถามที่เกี่ยวกับประเด็นนี้ในใจเหมือนกัน แต่ผมจะขีดเส้นใต้พักไว้ก่อน แล้วผมจะถามกลับอีกครั้ง

ก่อนจะไปถึงคำถามของผม เราคงได้ยินกันบ่อยๆ ว่ามนุษย์ทำลายธรรมชาติ ใช้ทรัพยากรกันอย่างฟุ่มเฟือย แล้ววันหนึ่งธรรมชาติก็กำลังเอาคืน มีนักวิทยาศาสตร์ นักธรรมชาติวิทยา และนักวิชาการ รวมถึงคนที่เป็นรูปธรรมอย่างอดีตรองประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา อัล กอร์ ก็ได้พูดและวิเคราะห์สาเหตุของภาวะโลกร้อนว่าเกิดจากอะไร และทำให้เกิดภัยพิบัติอะไรบ้าง

หน่วยงานของสหประชาชาติยังระบุว่า ภาวะโลกร้อนส่งผลให้มีคนเสียชีวิตประมาณ 2-3 แสนคนต่อปี โลกสูญเสียรายได้จากเศรษฐกิจปีละไม่น้อยกว่า 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ยังไม่รวมค่าเสียโอกาสในการทำการค้าอื่นๆ อีกมากมายจากภาวะโลกร้อน จากข้อมูลยังบอกด้วยว่า 95 เปอร์เซ็นต์ของชาวบ้านร้านตลาด มักพูดถึงสาเหตุของโลกร้อนว่าเกิดจากก๊าซเรือนกระจก ซึ่งการลดภาวะเรือนกระจกไม่ใช่เรื่องง่าย

เพราะถ้าหากง่าย อัล กอร์ คงไม่ร่วมมือกัน ริชาร์ด แบรนสัน เจ้าของสายการบินแห่งหนึ่ง คงไม่ประกาศให้รางวัลหลายร้อยล้านเหรียญสหรัฐแก่ใครก็ตามที่หาวิธีลดก๊าซเรือนกระจกลงอย่างได้ผล

ผมเชื่อว่าข้อมูลเกี่ยวกับโลกร้อนในปัจจุบันมีอย่างมากมายมหาศาล และมีเอกสารอ้างอิงอีกจำนวนมากที่วิเคราะห์ถึงอนาคตของโลกใบนี้ บางฉบับลงรายละเอียดกระทั่งว่า หากอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1 องศาเซลเซียส โลกจะเป็นอย่างไร และหากเพิ่ม 2 องศาเซลเซียส เราจะอยู่กันอย่างไร ว่ากันไปเรื่อยถึง 6 องศาเซลเซียส โลกใบนี้ก็จะดับสลายไม่มีสิ่งมีชีวิตเหลืออยู่เลย นั่นคือสิ่งที่เรากำลังรอการพิสูจน์

เมื่อเป็นเช่นนั้น เราจะยึดติดทำไมกับคำถามที่เป็นเพียงต้นกำเนิดของปัญหา ผมคิดว่าเรามาเริ่มแก้ปัญหากันดีไหมครับ ทางแก้ของผมไม่ยากเย็น และผมเลี่ยงที่จะใช้คำว่า “เปลี่ยนวิถีชีวิต” เพราะมันดูเหมือนว่าจะรุนแรงเกินไป
และหากถ้าชีวิตไม่ต้องเปลี่ยน เราก็เปลี่ยนแค่เรื่องเล็กๆ ครับ เช่น แยกขยะจากเดิมที่มีเพียงหนึ่งถัง เราก็เพิ่มถังขึ้นมาแล้วแบ่งเป็นถังรีไซเคิล กับอีกถังหนึ่งเป็นขยะอินทรีย์ มูลสัตว์ เศษอาหาร เชื่อหรือไม่ครับว่าการทำแค่นี้เราก็มีส่วนลดคาร์บอนไดออกไซด์ลงแล้วครับ

และหากการลดโลกร้อนทำได้ง่ายเพียงนั้น แล้วทำไมเราไม่ฉวยโอกาสจากการลดโลกร้อนเปลี่ยนให้เป็นโอกาสดีของเราล่ะครับ และนี่คือคำถามของผมที่ขีดเส้นใต้พักไว้ตอนแรก

กระบวนการแก้โลกร้อน ทำเป็นธุรกิจได้หรือไม่...?
ธุรกิจที่ทำนั้นสร้างรายได้อย่างไร...?
เมืองไทยควรจะอยู่ตรงไหน ในมิติของการสร้างรายได้จากสภาวะโลกร้อน...?

ผมว่าคำถามพวกนี้น่าสนใจกว่าคำถามตอนแรกว่าไหมครับ มีที่ไหนลดโลกร้อน และได้เงินเข้ากระเป๋าด้วย ตอนต่อไปผมจะมาเฉลยคำตอบของคำถามผมให้ฟังครับ

 
 
     
 
 
Faahsai.com
School of language and airline business "We Fulfill Your Dream"
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย @2006 ฟ้าใส : โรงเรียนภาษาและธุรกิจการบิน