อ.ประณม ถาวรเวช
คนหลายคนทำสิ่งที่ไม่น่าดูหรือดูไม่ดีออกมาได้โดยไม่รู้ตัว
บางคนทำเป็นประจำ เพราะไม่รู้ว่าบั่นทอนความน่ามองของตนเอง
เราอาจพบเจอกับการแสดงออกเหล่านี้ทุกวัน
1.นั่งเขย่าขา
โดยเฉพาะเด็กสมัยใหม่ ชอบนั่งเขย่าขาตลอดเวลาโดยไม่รู้ตัว ผลพวงจากการติดหูฟัง ฟังเพลงจนประสาทหูติด เกิดเป็นปฏิกิริยาของร่างกายโดยไม่รู้ตัว ติดจนเป็นนิสัย
ดิฉันเคยนั่งรถไฟฟ้า แล้วพบว่าเด็กผู้ชาย 2 คนตรงหน้านั่งเขย่าขาเหมือนคนกล้ามเนื้อผิดปกติ ยิ่งดูยิ่งรู้สึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่เขาเขย่าพร้อมกัน ดูเสียบุคลิกมาก
ทำไมเขานั่งนิ่งๆ ไม่ได้ และเขารู้ตัวไหมว่าภาพที่เขานั่งเขย่าขาเหมือนคนขากระตุกเพราะประสาทและกล้ามเนื้อเสื่อมสภาพนั้นดูไม่ดี ไม่สมวัยพวกเขาเลย
คนโบราณถือมากเรื่องการนั่งกระดิกเท้าหรือเขย่าขา โดยเฉพาะเมื่ออยู่ท่ามกลางคนหมู่มาก ถือเป็นกิริยาที่ไม่สุภาพ คนสมัยใหม่อาจไม่ถือสาเรื่องนี้แล้ว แต่ที่พึงถือสาก็คือ มันทำให้คุณไม่น่ามองเลย
2.โทรศัพท์ตลอดเวลา
บางคนถือโทรศัพท์แนบหูอยู่ตลอดเวลา จนโทรศัพท์แทบจะกลายเป็นใบหู
แม้ใช้อุปกรณ์ช่วย ก็ไม่ได้ทำให้ดูดีขึ้นหรอกนะคะ เพราะคุณไม่จดจ่อกับโลกรอบตัวเลย แต่มีโลกส่วนตัวอยู่กับโทรศัพท์ตลอดเวลา เหมือนทอล์กโชว์ แต่โชว์ด้วยเรื่องส่วนตัว ไม่เป็นสาระแก่คนรอบข้าง ดูไม่ดีเอาเลย
หากอยู่ในที่สาธารณะ ควรใช้โทรศัพท์เท่าที่จำเป็น คุยด้วยเสียงเบาๆ โดยเฉพาะการคุยเรื่องส่วนตัว หลายคนพูดจามึงมาพาโวย บางคนก็บอกผ่านโทรศัพท์ให้อีกคนช่วยหาของบนโต๊ะให้ บรรยายเสียจนคนรอบข้างเห็นภาพโต๊ะทำงานของเธอ ที่ร้ายกว่านั้น บางคนเพิ่งถึงสถานีอารีย์ บอกอีกคนว่าอยู่ราชเทวี ใกล้จะถึงแล้ว พูดปดกันเห็นๆ เลยค่ะ
ควรวางโทรศัพท์ลงบ้าง เพื่อมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์รอบๆ ตัว สร้างสัมพันธภาพที่ดี มีน้ำใจต่อกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่ ต่างมีโทรศัพท์และเพื่อนคุยเป็นของตัวเอง
โทรศัพท์ทำให้คนในปัจจุบันห่างเหินกันมาก โดยเฉพาะพ่อแม่ลูกในครอบครัว และทำให้คนขี้เหงา เสพติดการโทร. กระทั่งอยู่กับความสงบเงียบหรืออยู่เฉยๆ ไม่ได้
ติดโทรศัพท์มากๆ ก็ดูเสียบุคลิกนะคะ
บางคนขาดโทรศัพท์ไม่ได้ เพราะทำให้ขาดความมั่นใจ หากเป็นอย่างนี้เห็นทีจะต้องมาปรับความรู้สึกและความมั่นใจกันใหม่แล้วล่ะค่ะ
3.กันเองเกินไป
เวลาอยู่กับเพื่อน หลายคนลืมสงบสำรวมตัวเอง เพราะกับเพื่อนแล้ว มักคิดกันว่าอย่างไรก็ได้
จึงมักพูดจามึงมาพาโวย กูอย่างนั้น มึงอย่างนี้กับเพื่อน บางคนคุยกับเพื่อนแล้วออกแอ็กติงมาก เหมือนกำลังเล่นละครโทรทัศน์ อาจดูขัดหูขัดตาคนอื่นๆ หรือไม่ก็กลายเป็นตัวตลก
แม้จะอยู่ในกลุ่มเพื่อนก็ไม่ได้แปลว่าคุณครอบครองโลกใบนี้ได้แล้ว จะหยุดคุยกันตรงไหน คุยเรื่องอะไร ด้วยน้ำเสียง ภาษา และกิริยาเช่นใดก็ได้
บางคนเดินขึ้นบันไดกันเป็นแพ แล้วเอาแต่คุยกัน หยอกล้อกันสนุกสนาน โดยไม่ได้เกรงใจว่าคนอื่นที่เขาเดินตามมาอาจต้องการเดินแซงไปก่อน แต่ก็ไปไม่ได้ เพราะทางเดินถูกขวางไปหมด
บางกลุ่มก็เอะอะ หัวเราะกันแบบไม่ต้องเกรงใจใคร ขนาดขึ้นรถสาธารณะแล้วก็ยังคุยกันเหมือนมีแต่ลำพังพวกของตัวเอง ไม่เกรงใจผู้อื่น หรือไม่คิดว่าผู้อื่นจะมองพวกตนอย่างไร อาศัยคนหมู่มากเสริมความมั่นใจ และแสดงออกเกินขีดของความมั่นใจไปอีกต่างหาก อย่างนี้ก็ไม่น่ารัก ไม่น่าดูเลยนะคะ
4.พูดไม่ชัด
สมัยนี้เด็กพูดไม่ชัดกันมาก เพราะมีตัวอย่างของคนหลายอาชีพเป็นแรงบันดาลใจ เผลอคิดไปว่าพูดไม่ชัดนิดๆ นั้น ดูน่ารัก มีเสน่ห์ อินเทรนด์ หรือดูเป็นมืออาชีพ
ไม่จริงเลยค่ะ
หากพบว่าพิธีกรคนใดพูดไม่ชัด พูดสองแง่สามงาม ใช้เสียงขึ้นสูงลงต่ำมากเกินไป ไม่ได้แปลว่าจะต้องทำอย่างนั้น เช่นเดียวกับดารา นักร้อง นักแสดง และนักจัดรายการวิทยุ ไม่จำเป็นต้องใส่จริตในการพูดมากนัก แต่หาน้ำเสียง เนื้อเสียง จังหวะ และลีลาในการพูดให้เป็นเอกลักษณ์จะดีกว่าชักจูงไปในทางวิบัติ
ควรคำนึงถึงหลักในการพูดตามปกติที่ว่า พูดให้ชัด พูดให้เพราะ พูดให้ฟังให้ถนัดถนี่ พูดให้มีสาระ เท่านี้ก็พอ
5.แต่งตัวจัด
สมัยนี้แฟชั่นเขาถึงคนทุกกลุ่มทุกวัย คนสมัยใหม่กล้าและสนุกกับการแต่งตัวมากขึ้น มองไปทางไหนก็เห็นกลิ่นอายของแฟชั่นทันสมัยอยู่ในคนทุกคน
แต่ไม่ต้องเยอะนักได้ไหม บางคนแต่งตัวจัด แต่งตัวผิดวัย แต่งตัวแบบไม่สนใจรูปร่าง ทำให้ดูตลกมากกว่าดูดี
บางคนแค่มองปร๊าดเดียว เราก็รู้ว่าแต่งตัวเหมือนดาราหรือไฮโซคนไหน
มีแรงบันดาลใจไม่ใช่เรื่องผิด แต่การทำตามแรงบันดาลใจโดยไม่คำนึงถึงพื้นฐานของตัวเองต่างหากที่เป็นเรื่องตลก
ฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเสื้อผ้า แบบ สี และขนาด เลือกทรงผมและสีผม เครื่องประดับ กระเป๋า รองเท้า ต้องมีศิลปะที่จะเลือก โดยเลือกสี ทรง และแบบที่ส่งเสริมความดูดีของตัวเองเป็นสำคัญ อินเทรนด์แต่ทำให้จุดด้อยโดดเด่นขึ้นมาจนตำตาคนอื่นๆ ก็ไม่ช่วยให้คุณดูดีเลยค่ะ
ดิฉันเชื่อว่าคนทุกคนต้องการดูดี
ดูดีต้องเริ่มจากการที่เราดูตัวเอง แล้วถูกตัดสินเมื่อคนอื่นดูเรา
ฉะนั้น ต้องระมัดระวัง สงบ สำรวม ในการดูตนเอง ก่อนที่ตนเองจะปรากฏในสายตาคนอื่น และถูกเขาประเมิน มอง แถมวิพากษ์วิจารณ์
เชื่อมั่นในตัวเองและในสายตาของตัวเอง แต่ต้องอยู่บนหลักเกณฑ์ของการมีความรู้ความเข้าใจ
หากมีคุณลักษณะข้อนี้ หยิบเสื้อผ้ามาใส่ พูดจากับใคร หรือแม้แต่อยู่ที่ไหนก็ ดูดี ได้เสมอ
เพราะมีดีในตัวเอง!!
|