You know what?  
  ‘น้ำเสียง’ และการพูด  
     
 

เรื่อง : อ.ประณม ถาวรเวช

หลายคนดีใจนะคะที่ได้เกิดมาเป็นผู้ชาย เพราะเชื่อกันว่าในสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่ จะทำอะไรก็ง่ายดายไปเสียหมด ขณะที่ผู้หญิงลำบากกว่า จริงหรือไม่จริง ไม่เถียงด้วยหรอกค่ะ แต่อยากจะแนะนำว่า ถ้าอยากเป็นมากกว่าคนที่มีเพศชาย จนถูกเรียกว่าผู้ชาย แต่เป็น “สุภาพบุรุษ” มีสิ่งที่พึงกระทำและสิ่งที่พึงหลีกเลี่ยงหลายอย่าง คือ

DO : เป็นสุภาพบุรุษ
ทำได้โดยให้เกียรติแก่คนทุกคน เอื้อเฟื้อแก่ผู้ที่ด้อยโอกาส ผู้น้อย หรือด้อยกำลังกว่า ไม่ว่าจะเป็นกำลังกายหรือกำลังสติปัญญาก็ตาม คุณจะกลายเป็นสุภาพบุรุษที่น่ารัก น่าชื่นชม ใครๆ ก็ให้ความนับถือและมีเกียรติในตนเอง ทั้งนี้ ต้องประพฤติและปฏิบัติอย่างเป็นธรรมชาติเป็นนิสัย ไม่ใช่ทำไปตามมารยาทหรือเห็นว่าเป็นกลยุทธ์ในการครองใจคน ก็ทำไปเพื่อก้าวสู่ชัยชนะเท่านั้น ที่ไหนมีสุภาพบุรุษมาก ที่นั้นจะก้าวหน้าน่าอยู่และมีความปลอดภัยสูง และผู้ชายคนใดที่มีความเป็นสุภาพบุรุษมาก เขาจะได้รับการปฏิบัติอย่างสุภาพ ให้เกียรติ และเป็นที่ยอมรับนับถือของคนรอบข้างด้วย

DON’T : เถื่อน ถ่อย หยาบกระด้าง
ผู้ชายหลายคนคิดว่าความเป็นชายอยู่ที่ความดิบเถื่อน แข็งกร้าว ห้าว หยาบคาย หรือแข็งกระด้าง ซึ่งจริงๆ มิใช่ ลักษณะดังกล่าวเป็นเครื่องแสดงความเป็นเพศผู้ค่ะ ไม่ใช่สุภาพบุรุษ ก็เลือกเอาเองนะคะว่าจะเป็นแบบไหน ผู้ชายก็คือมนุษย์ ซึ่งต้องมีวัฒนธรรม ที่ความละเอียดลึกซึ้งตามกระบวนการที่ได้รับการอบรมสั่งสอน มีมารยาทสังคม นุ่มนวล มีอัธยาศัย สุภาพ และมีน้ำใจ เป็นเช่นนี้อยู่ร่วมกับใครก็ได้ เพราะไม่เป็นภาระของใครและไม่ทำร้ายคนอื่น ไม่ว่าจะรู้หรือไม่รู้ตัวก็ตาม

DO : ยกระดับความดูดี
ทำได้โดยสำรวจตัวเองว่าที่ผ่านมาเราน่ามองแค่ไหน ดูดีไหม และควรที่จะปรับปรุงอะไรให้ดูดีขึ้นมาตามสมควร คน...ดูดีได้จากองค์ประกอบ 2 ส่วน คือนิสัยใจคอกับรูปกายภายนอกเฉพาะรูปกายภายนอกนี่ หน้าตาเป็นต้นทุนถาวร ปรับแต่งแก้ไขได้ไม่มาก จึงอย่าหยิบยกขึ้นมาเป็นปัญหาโลกแตก แต่ต้องดูแลหน้าตาผิวพรรณให้ผ่องใส สะอาดสะอ้าน มีริ้วร้อย ความแห้งกร้าน หรือความมันเยิ้มให้น้อยที่สุด ก็จะดูดีขึ้นโดยอัตโนมัติ ความดูดีไม่ใช่เรื่องหน้าตาดี คนหน้าตาไม่ดีเลิศแต่ดูดีก็มีถม ฉะนั้นจงยึดหลักความสะอาด ผ่องใสน่ามองไว้เป็นหลัก แล้วมาบวกกับท่าทีที่เป็นมิตรไว้ใจได้ ปลอดภัย สุภาพ นิสัยดี จิตใจดี คุณก็จะกลายเป็นสุภาพบุรุษที่ดูดีขึ้นมาทันตาเห็น

DON’T : เคยเป็นไงก็เป็นงั้น
คุณเป็นคนหนึ่งที่เข้าข่ายต่อไปนี้หรือไม่ หน้ายังคงมันแผล็บเหมือนที่เคยเป็นมา ผมยังคงเด๋อด๋าไม่รับกับรูปหน้า จนกลายเป็นจุดเด่นที่เป็นจุดอ่อนอยู่เสมอ สิวยังคงเขรอะและยังคงบีบสิวจนเป็นแผลอักเสบอยู่โดยตลอด พูดจายังดูราวกับว่าเป็นเจ้าของฟาร์มสุนัข ที่สามารถเห่าและกัดคนอื่นได้ทุกวินาที เสื้อผ้ายังคงยับยู่ยี่สกปรกและมีกลิ่นที่ไม่น่าจะโสภานัก รองเท้ายังคงเขรอะเปรอะโคลนและฝุ่น ถุงเท้ายังคงกลิ่นแรง และปากก็มีกลิ่นโชยเหมือนเดิมใช่ไหม คุณสุภาพบุรุษคะ อะไรก็ตามที่เป็นลักษณะไม่พึงประสงค์ ที่หากเกิดขึ้นหรือมีอยู่ในตัวผู้หนึ่งผู้ใด จนคุณใช้เป็นข้อ “รังเกียจ” ได้ละก็ ทุกๆ ข้อที่ว่านั้น อย่าได้มีหลงเหลือในตัวคุณเลย นั่นแหละ...ถึงจะดีที่สุด

DO : มองไปข้างหน้า คิดไปข้างหน้า ก้าวไปข้างหน้า
ทำได้โดยประเมินว่าในรอบปีที่ผ่านมาเราได้ทำและไม่ได้ทำอะไรบ้าง ที่ได้ทำไปแล้วนั้นดีพอหรือยัง และไอ้ที่ยังไม่ได้ทำนั้น ทำไมถึงยังไม่ได้ทำ นั่นจะช่วยให้เราค้นพบว่า เราน่าจะทำอะไรต่อไปโดยไม่ปล่อยให้ปีนี้ผ่านไปอย่างสูญเปล่าอีก 1 ปี เหมือนปีที่ผ่านมา ปีนี้เราอยากมีลูกค้าเพิ่มขึ้น ปีนี้เราอยากมีความรู้เพิ่มขึ้น ปีนี้เราอยากมีเพื่อนดีๆ มากขึ้น ปีนี้เราอยากผ่อนแรงให้บริษัทมากยิ่งขึ้น อยากดูแลครอบครัวให้จริงจังขึ้น อยากมีเงินออมมากขึ้น ฯลฯ สารพัดเรื่องที่เราจะมองและคิดไปข้างหน้า แล้วหาโอกาสหรือช่องทางที่จะปฏิบัติให้เป็นจริง เพื่อผลดีแก่บริษัทของเรา ตัวเรา ครอบครัวของเรา และสังคมของเรา มองให้พ้นความสุขสบายส่วนตัวเสียก่อน แล้วเราจะพบว่ามีอะไรรอให้เราทำ (เพื่อผู้อื่นและสิ่งอื่น) อยู่ข้างหน้ามากมายก่ายกอง

DON’T : เช้าชามเย็นชาม
ปีนี้ต้องมีแผนการทำงานและแผนการใช้ชีวิตได้แล้ว ผ่านมาครึ่งปีแล้วนี่ ทำอะไรไปบ้าง ยังไม่ได้ทำอะไร และจะทำอะไร ครึ่งปีแรกควรจะเห็นผลอะไรที่เป็นรูปธรรม ไตรมาส 3 และสิ้นปีชีวิตควรจะได้ทำอะไรดีๆ ให้แก่ตัวเอง บริษัท ครอบครัว และสังคมบ้าง บวกกับจะไปเทกคอร์ส หรือฝึกอบรมอะไรบ้างไหม อ่านหนังสือสักกี่เล่มดี เพื่อที่จะนำความรู้และกลยุทธ์ใหม่ๆ มาใช้บริหารจัดการตัวเองและความรับผิดชอบที่ถืออยู่ เหล่านี้ล้วนเป็นบุคลิกของคนรักความก้าวหน้า ซึ่งจะไม่มีในคนที่รักสบาย เห็นแก่ตัว เกียจคร้าน เอาเปรียบ และไม่เห็นอนาคต

DO : เติบโต
ทำได้โดยสำรวจตัวเองและประเมินความพึงพอใจ พร้อมกับกำหนดเป้าหมายของปีนี้และปีข้างหน้าในชีวิต ว่าชีวิตควรจะเป็นอย่างไร อาจมีใครสักคนเป็นต้นแบบ เป็นแบบอย่าง เป็นแรงเหนี่ยวนำให้เราก้าวหน้า และมีความสุข มีความผ่อนคลาย มีความฉลาดที่จะพัฒนาตัวเอง โดยไม่ปล่อยให้อายุเพิ่มขึ้นแต่ไม่เพิ่มอัตรา “ความเติบโต” ทั้งภายนอกและภายใน (วุฒิภาวะ) เลยสักนิด ในทุกๆ ปีเราควรจะสุขุมและสุภาพขึ้น สงบ เยือกเย็น เข้าใจงาน เข้าใจคน เข้าใจโลกและชีวิตมากขึ้น และความเข้าใจเหล่านั้นนำไปสู่ความสุข ความผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น

DON’T : ถดถอย
เพียงแค่ย่ำอยู่กับที่ ขณะที่คนอื่นก้าวไปข้างหน้า ก็เป็นภาวะถดถอยอย่างหนึ่งแล้ว ผู้ชายนั้นโชคดีตรงที่ธรรมชาติและวัฒนธรรม กำหนดให้เรียบง่าย สบายๆ กับรูปลักษณ์ภายนอก แต่เน้นที่ “กึ๋น” หรือ Power ข้างในของคุณ กึ๋นนี้มีธรรมชาติอย่างหนึ่ง คือโตได้ก็หดได้ มีได้ก็หายไปได้ เพราะการวัดกึ๋น เขาไม่ได้วัดที่ใครคนใดคนหนึ่ง แต่เขาจะต้องจับคนอย่างน้อย 2 คน หรือองค์กรอย่างน้อย 2องค์กร หรือไม่เช่นนั้นก็เอาแผนก 2 แผนกมาเปรียบเทียบกันดู นั่นแหละ สิ่งที่เรียกว่ากึ๋นถึงจะปรากฏ ฉะนั้น พึงรักษากึ๋นของตัวเองให้มีประสิทธิภาพอยู่ตลอดเวลา ไม่อย่างนั้นคนอื่นจะพาเหรดกันไปข้างหน้า แล้วทิ้งคุณไว้กับก้อนนิ่วที่คุณยังเผลอคิดไปว่าเป็น “กึ๋น” ของคุณอย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย!!
ทั้งหมดที่แนะนำมา หากเราสามารถมองเห็นได้ สำรวจตัวเองอย่างเป็นกลางได้ วางแผนพัฒนาและแก้ไข จากนั้นก็ลงมืออย่างมีความสุข ดิฉันเชื่อว่าคุณผู้ชายทุกคนจะเป็นสุภาพบุรุษที่มีความก้าวหน้า
ที่สำคัญกว่า คือเป็นที่รักของใครต่อใครได้ง่ายดายขึ้น


From : Post today 25/6/08
 
     
 
 
Faahsai.com
School of language and airline business "We Fulfill Your Dream"
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย @2006 ฟ้าใส : โรงเรียนภาษาและธุรกิจการบิน