ในช่วงชีวิตที่ผ่านมา หนุ่มๆ หลายคนคงเคยได้รับบัตรเชิญให้ไปร่วมงานเลี้ยงกันไม่มากก็น้อย เรื่องหนึ่งที่จะเกิดเป็นปัญหาให้ต้องขบคิดขึ้นมาก็คือ จะแต่งตัวไปงานอย่างไรให้เหมาะสมและสวยงาม
ง่ายที่สุดคือให้ดูในบัตรเชิญ ว่ามีการระบุเรื่องการแต่งกายเอาไว้หรือไม่ เช่น แต่งลำลอง หรือแต่งตามสบาย (casual) แต่งตามสบายกึ่งเนี้ยบ (smart casual) แต่งแบบเนี้ยบ (smart) แต่งแบบสากลหรือมีพิธีรีตอง (formal) ซึ่งโดยปกติสากลทั่วไปนั้น หากมีการออกบัตรเชิญ ก็จะต้องระบุการแต่งกายเอาไว้ด้วย เพื่อที่ผู้ได้รับเชิญจะได้ไม่ลำบากใจ ในการจินตนาการว่าเขาควรแต่งตัวอย่างไร
สำหรับสุภาพบุรุษนั้น ชุดสูทจะดูปลอดภัยในทุกๆ งานเลี้ยง
สำหรับงานเลี้ยงของคนกันเอง ส่วนใหญ่ก็ให้แต่งชุดลำลองกึ่งเนี้ยบ คือแต่งแบบง่ายๆ สบายๆ แต่มีความเป็นทางการอยู่ในตัวเล็กน้อย ไม่ถึงกับสามารถลากรองเท้าแตะหรือรองเท้าสาน กับกางเกงอยู่บ้านไปร่วมงานได้
งานที่ต้องเกร็งมากกว่างานเลี้ยงของคนกันเองก็คือ งานเลี้ยงที่ได้รับเชิญในงานบริษัท งานเลี้ยงของลูกค้า ฯลฯ ซึ่งโดยสัมพันธ์ส่วนตัวไม่ถึงกัยสนิทสนม หรือจัดงานในลักษณะที่เชิญแต่คนกันเองไปสนุก ส่งท้ายปี หากเจอบัตรไปร่วมงานเช่นนี้ ให้ดูว่าบัตรระบุการแต่งกายไว้แบบใด
หยุดเรื่องน่ากลุ้มของหนุ่มๆกับสูท
แต่หลักการง่ายๆของการแต่งกายไปงานเลี้ยงก็คือ
1. สวยงาม สมกับบุคลิกภาพ รูปร่าง และตำแหน่งหน้าที่
2. ให้เกียรติแก่ผู้จัดงานและสถานที่จัดงาน บ้างก็บอกว่า ให้ยึดหลักเกณฑ์ง่ายๆ 2 เรื่องคือ “อากาศ” กับ “โอกาส”
ทีนี้ก็อย่างที่บอก หนุ่มๆใส่สูทเข้าไว้ปลอดภัยที่สุด
ส่วนเรื่องน่ากลุ้มของหนุ่มๆ กับสูทนั้นไม่มีอะไรให้ต้องกลุ้มมากอย่างที่มักวิตกกังวลกัน เพราะโดยทั่วไปแล้ว สวมสูททับเสื้อเชิ้ตผูกเนกไทก็ไปได้แทบจะทุกที่ทุกงาน ยกเว้นงานดินเนอร์หรูหรือเต้นรำที่ระบุการแต่งกายแบบพิเศษ เช่น Black Tie หรือ White Tie อย่างนี้ดีที่สุดก็คือวิ่งไปร้านสูทให้เขาจัดให้ก็จะได้ครบชุด
แต่ทุกวันนี้ หลายๆโอกาส เสื้อแจ็กเกตกึ่งสูทก็ได้รับการยอมรับว่าสุภาพแล้วค่ะ อย่าคิดว่าการแต่งสูทแล้วจะช่วยให้คุณดูดี มีเสน่ห์เสมอไปหรอกนะคะ บางคนสวมเสื้อคอเต่ากับแจ็กเกตสวยๆ ดูหรูและหล่อกว่าเป็นไหนๆ คุณสามารถแต่งตัวให้ดูเท่และสบายได้ในเวลาเดียวกัน โดยไม่ต้องพึ่งเนกไทให้อึดอัด
ต่อไปนี้คือทางเลือกที่คุณเลือกได้ตามรสนิยมค่ะ
1. เสื้อเชิ้ตโปโลกระดุมสามเม็ด กับสูทหรือแจ็กเกต
สไตล์สบายที่สุดและน่าจะเหมาะกับหนุ่มไทยที่สุดด้วย ถ้าคุณเลือกที่จะใส่เสื้อยืดที่มีกระดุม 3
เม็ดกับแจ็กเกตกระดุทแถวเดียว ปลดกระดุมเม็ดบนออก จะทำให้คุณดูรีแลกซ์และคล่องตัวขึ้นด้วย แต่ถ้าคุณเป็นหนุ่มวัยเกิน 25 ปีขึ้นไปแล้ว ไม่ควรพับคอเสื้อยืดทับปกแจ็กเกต เว้นแต่ว่าคุณอยากจะกระชากวัย เพราะการทำเช่นนั้นมันเหมาะกับวัยรุ่นมากกว่า ฉะนั้นพับปกแจ็กเกตทับปกเสื้อโปโลดีกว่า ยังมีทางเลือกอื่นให้อีก ถ้าคุณไม่ชอบเสื้อโปโลกระดุม 3 เม็ด คุณอาจเลือกสวมเสื้อยืดคอแหลมหรือคอวี แล้วสวมแจ็กเกตทับก็ได้ ที่สำคัญคือ แจ็กเกตควรจะเป็นแบบกระดุมแถวเดียวไม่เกิน 3 เม็ด และควรเป็นแจ็กเกตเข้ารูปหรือพอดีตัว ถึงจะเข้ากันได้ดีกับเสื้อโปโล
2. เสื้อคอเต่ากับแจ็กเกตสูท
ถ้าเลือกจะใส่เสื้อคอเต่าให้ดูเข้าท่าที่สุด ต้องเข้ากับแจ็กเกตสูทลายทางเล็ก เนื้อผ้าแล้วแต่ชอบ
ส่วนเสื้อคอเต่าควรจะเป็นผ้าขนสัตว์หรือเส้นใยที่ผสมกับผ้าขนสัตว์ เพราะถ้าเป็นเสื้อคอเต่าที่ใช้ผ้าฝ้ายหรือผ้าไหม ปกที่พับลงจะดูเป็นก้อนไม่เนี้ยบเหมือนผ้าขนสัตว์ แถมยังทำให้คุณดูแข็งทื่ออีกต่างหาก ถ้าต้องการลูกเล่นจากลวดลายของเนื้อผ้า จับคู่เสื้อคอเต่าลายทางกับเบลเชอร์หรือแจ็กเกตเรียบๆ ก็ได้ แต่ต้องให้คอปกที่พับลงมาอยู่สูงกว่าปกแจ็กเกต
3. เสื้อเชิ้ตกับแจ็กเกตหรือเบลเซอร์ที่ไม่ต้องมีเนคไท
เสื้อเชิ้ตมีกระดุมที่คอปกไปได้ดีกับเสื้อสูทคุณสามารถเลือกที่จะสวมเสื้อที่มีกระดุมปลายปก
แหลมหรือไม่มีกระดุมกับแจ็กเกตลายตารางโดยไม่ต้องมีเนกไทเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ควรจะปลดกระดุมคอเสื้อเม็ดบนให้ดูผ่อนคลาย แต่ถ้าเป็นเสื้อเชิ้ตที่มีกระดุมปลายปก ไม่ต้องปลดกระดุมออกติดไว้จะดูดีกว่า ปลดเฉพาะกระดุมเม็ดบนออกก็พอแล้ว
มีข้อที่ควรคำนึงเล็กๆ น้อยๆ ด้วยค่ะ เช่น
1.สีสันและรูปแบบที่ตรงข้ามกันสุดกู่ ถ้าคุณสวมสูทลายถี่กับเสื้อเชิ้ตสีจัดจ้าน ดูตัดกันระหว่างลายแจ็กเกตกับเสื้อเชิ้ตเกินไป จะทำให้ดูเป็นการแต่งตัวที่รกตา ไม่มีความลงตัว ถ้าจะสวมเสื้อเชิ้ตสีจัดควรจับคู่กับแจ็กเกตลเรียบๆ หรือแจ็กเกตเล่นลายก็จับคู่กับเสื้อเชิ้ตสีอ่อนเรียบๆ อยางนั้นจะดีกว่า
2.อย่าพยายามเสี่ยงกับรูปแบบแจ็กเกตแปลกๆ ถ้าคุณไม่แน่ใจ และไม่กล้าพอ เลือกความเรียบง่ายกับเสื้อเชิ้ตสีกลมกลืน อย่าง ฟ้าอ่อนกับน้ำตาลเข้ม แดงกับน้ำเงินเข้ม หรือเหลืองกับน้ำเงินเข้ม
3ถ้าคุณมีเสื้อสูทลายหมากรุก เลือกเสื้อเชิ้ตสีพื้นสีใดสีหนึ่งจากแจ็กเกตสูท สีเดียวก็พอ
แต่ถ้าจะแต่งสูทแบบครบเครื่องหรือเป็นทางการสักหน่อยละก็ คำนึงถึงองค์ประกอบเหล่านี้เข้าไว้ค่ะ
กางเกง : ขายาวแบบมาตรฐาน ไม่พับปลายขา ถ้าใช้ผ้ามีลายเป็นทาง ควรเป็นลายทางเล็กๆ ตัดให้ลายผ้าเป็นทางลงตามยาว
เสื้อนอก : ใช้ผ้าชนิดและสีเดียวกับผ้าที่ตัดกางเกง ถ้าใช้ผ้าลายทางต้องให้ลายผ้าเป็นทางลงเช่นเดียวกับกางเกง เสื้อนอกจะเป็นแบบกระดุมแถวเดียว หรือแบบกระดุมสองแถวก็ได้ กระดุมสีเข้ากับสีเสื้อ ไม่ใช้กระดุมโลหะ กระเป๋าเป็นแบบกระเป๋าเจาะ มีฟาปิด ซึ่งอาจซ่อนฝากระเป๋าได้ กระเป๋าบนมีเฉพาะด้านซ้าย เป็นแบบกระเป๋าเจาะ
เสื้อเชิ้ต : แบบผ่าอกตลอด เมื่อใช้ประกอบกับเครื่องแต่งกายชุดสากล นิยมใช้แบบแขนยาวมากกว่าแขนสั้น โดยให้ปลายแขนยาวพันแขนเสื้อนอกออกมาประมาณ 1 ซม. สีขาวเป็นสีมาตรฐาน จะใช้สีเรียบอ่อนจาง ที่เข้ากันได้กับเสื้อนอกก็ใช้ได้ แต่ควรละเว้นสีฉูดฉาด หรือที่เป็นลวดลายดอกดวง ซึ่งถือว่าไม่สุภาพ
เนกไท : นิยมใช้เนกไทไหมที่มีสีและลายเรียบเข้ากับสีเสื้อและกางเกง สีเข้มเป็นสีที่นิยมมากกว่าสีอ่อน ควรเว้นสีฉูดฉาด และใช้ขนาดที่เหมาะกับรูปร่าง ไม่ควรใหญ่หรือเล็กเกินไป โดยต้องคำนึงถึงบุคลิกภาพของตนเอง
ผ้าเช็ดหน้าเสียบบนกระเป๋าบนของเสื้อนอก : จะมีหรือไม่ก็ได้ แล้วแต่โอกาส ถ้าใช้ต้องใช้ขนาดเล็กกว่าขนาดใช้งานธรรมดา และใช้สีที่เข้ากับเนกไท เมื่อเสียบกระเป๋า ต้องคลี่ออกแล้วสอดโดยปล่อยให้ผ้าซ้อนกันอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องพับเป็นจีบ เหมาะกับสูทแบบทักซิโด้มากกว่าแบบอื่นๆ
ถุงเท้า : ควรใช้สีเข้มที่เข้ากันได้ดีกับสีชุดของเสื้อ กางเกง สีดำใช้ได้ทุกโอกาส ถุงเท้าลายสีต่างๆ ถือว่าไม่สุภาพ ถ้ามีลวดลายควรเลือกลวดลายเพียงเล็กน้อยและสีเรียบ ไม่ฉูดฉาด
รองเท้า : เป็นแบบหุ้มส้นสีดำ ซึ่งใช้ได้กับเครื่องแต่งกายทุกสี หรือสีน้ำตาลเข้ม สีเทาเข้ม ที่เข้ากับสีเสื้อ
เห็นไหมคะ ว่าการแต่งสูทสำหรับผู้ชายง่ายนิดเดียว!
|